องค์พระปฐมเจดีย์ วัดพระปฐมเจดีย์ ราชวรมหาวิหาร อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐมเป็นบูชนียสถานที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทางส่งสมณทูต ประกาศพระพุทธศาสนา นักปราชญ์ในทางโบราณคดีมีความเห็นพ้องต้องกันว่าพระโสณเถระและพระอุตระซึ่งเป็นสมณทูตได้เดินทางมาตั้งหลักฐานการประกาศพระพุทธศาสนาที่นครปฐมเป็นครั้งแรกในราวพุทธศตวรรษที่ 3 เดิมสร้างเป็นพระสถูปโบราณทรงบาตรคว่ำแบบเจดีย์อินเดีย ต่อมาได้ปฏิสังขรณ์เปลี่ยนแปลงรูปไป เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงผนวชได้เสด็จธุดงค์มามนัสการทรงเป็นพระเจดีย์ยอดปรางค์สูง 42 วา เมื่อทรงลาผนวช ได้ทรงเสวยราชสมบัติแล้วในราว พ.ศ. 2396 ทรงโปรดให้ก่อพระเจดีย์ใหญ่หุ้มองค์เดิมไว้สูง 120 เมตร พร้อมสร้างวิหารทิศและคดพระระเบียงโดยรอบ งานไม่ทันแล้วเสร็จก็เสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 5 ทรงโปรดให้ปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์สร้างหอระฆังและประดับกระเบียงจําสําเร็จ รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดให้ปฏิสังขรณ์พระวิหารหลวงเขียนภาพพระเจดีย์องค์เดิมและภาพต่างๆ ไว้ที่ผนังด้านใน ทรงโปรดให้รื้อมุขวิหารด้านทิศเหนือ และสร้างให้เพื่อประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ รรรมโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร รัชการที่ 7 ทรงโปรดให้สร้างพระอุโบสถใหม่ องค์พระปฐมเจดีย์บรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วโลก ทางวัดกำหนดให้มีงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ในวันขึ้น 12 ค่ำ ถึงแรม 5 ค่ำ เดือน 12 รวม 9 วัน 9 คืน โดยจัดเป็นประจําทุกปี
พระร่วงโรจนฤทธิ์ ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ดำรงพระยศ เป็นสมเด็จพระยุพราช ได้เสด็จตรวจค้นโบราณสถานในมณฑลฝ่ายเหนือเมื่อ พ.ศ. 2452 พบพระพุทรรูปชำรุดองค์หนึ่ง จมในพื้นวิหารวัดโบราณ ในเมืองศรีสัชนาลัย โปรดให้ขุดขึ้น พบเศียร พระหัตต์ พระบาท ที่จมในพื้น วิหารวัดโบราณในเมืองศรีสัชนาลัย โปรดให้เชิญลงมากรุงเทพฯ ครั้งเสด็จเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ โปรดให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยา-นริศรานุวัติวงศ์ ทํารูปหุ่นขี้ผึ้งปฏิสังขรณ์ ปั้นให้บริบูรณ์เต็มองค์ ตั้งการพระราชพิธีเททองหล่อ ที่วัดพระเชตุพนฯ เมื่อ พ.ศ. 2456 เป็นพระยืนปางห้ามญาติ หล่อด้วยโลหะครั้น แล้วเสร็จ อัญเชิญประดิษฐานไว้ที่ซุ้มวิหารทิศตรงบันไดใหญ่เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2458 ทรงถวายพระนามว่า พระร่วงโรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ รรรมโมภาส มหาวชิราวุธราชปูชนียบพิตร สูงจากพระเกศา ถุงพระบาท 12 ศอก 4 นิ้ว และ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าในพระราชพินัยกรรม ให้บรรจุพระอังคารของพระองค์ท่าน ไว้ในฐานพระนี้ด้วย